บทที่ 4 2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเก่า
ติณฑ์ Part
ถึงจะเป็นเช้าวันคล้ายวันเกิดแต่ผมกับครอบครัวก็ทำเพียงแค่ไปทำบุญให้ตายายที่วัดแล้วรีบบึ่งมาโรงเรียนกวดวิชาเหมือนเมื่อเดิม ขืนมาสายสิโดนเช็กบิลแน่คาบแรกยิ่งเป็นของเฮียชาติด้วยสิ
“สุขสันต์วันเกิดนะติณฑ์”
“ขอบคุณครับ” แค่ลงจากรถผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ยืนใต้ต้นไม้ก็พากันเดินมายื่นถุงกระดาษให้ผมหลายใบแล้วล่ะ และก็เป็นเหมือนปีก่อน ๆ กว่าจะเดินถึงห้องเรียนสองมือก็เต็มไปด้วยของขวัญหลายกล่องจนแทบจะล้นโต๊ะอยู่แล้ว นี่ขนาดผมเอาหลายกล่องกองไว้บนโต๊ะเพื่อนทั้งสามแล้วนะ
หมับ! “เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วกูขอแกะทุกกล่องเลยนะ”
“ใจคอจะไม่อวยพรกูก่อนสักหน่อยเหรอส้มโอ” ไม่ถึงห้านาทีพอเจ้าของโต๊ะมา ถึงมันก็คว้าเอาของขวัญหลายกล่องเขย่าไปมาปากยังคงเอ่ยขอแกมบังคับอีกตามเคย
“รับมาทำไมวะในเมื่อมึงไม่เคยแกะดูด้วยซ้ำ”
“กูไม่อยากทำร้ายใจใครนี่หว่าเขาให้ก็รับมาแค่นั้น อีกอย่างไอ้นั่นมันเตรียมเอาไปกินไปใช้แทนกูแล้วไง” พอไอ้ขุนกับไอ้มิวเดินมาสมทบคนที่ถามเหมือนทุกปีก็คือไอ้มิว ต่างจากส้มโอรายนั้นยังคงผิวปากหวือยกแขนเขย่งตัวกอดไหล่ไอ้ขุนทั้งที่กอดเกือบไม่ถึงด้วยซ้ำ
ก็นะถึงมันจะห้าวจะแก่นแก้วยังไงแต่ส้มโอก็ยังเป็นผู้หญิงตัวเล็กกว่าผมกับไอ้ขุนมากนัก มันคงจะอ่านสายตาสมเพชของผมออกถึงได้ชักสีหน้าใส่แล้วเปลี่ยนไปยืนกอดคอไอ้มิวที่สูงไล่เลี่ยมันแทน
“กูอยากให้ถึงพักเที่ยงใจจะขาดจะได้เอาไปเปิดดูว่าปีนี้จะได้น้ำหอมหรือขนม แปะ ๆ ไม่ต้องงอแงนะมิวเดี๋ยวกูแบ่งให้มึงคนละครึ่งเลยส่วนมึงไม่เอาหรอกเนอะขุน”
“ทำอย่างนี้ก็เท่ากับทำร้ายน้ำใจคนอื่นเหมือนกันนะติณฑ์ มึงด้วยส้มโอเลิกเห็นแก่ได้สักทีไม่งั้นกูจะฟ้องพ่อโอของมึง”
“เสือก!!” ทำตัวเป็นศัตรูกับผมคนเดียวไม่พอไอ้ขุนยังแสดงความเป็นศัตรูกับส้มโออีกคน เราสองคนถึงได้ตวัดตามองแถมให้พรมันไปสั้น ๆ พร้อมกัน มันก็ทำแค่ส่ายหัวแล้วหันกลับไปกวาดของขวัญทุกกล่องไปไว้หลังห้องแทน ผมก็อยากจะช่วยมันอยู่นะถ้าไม่ติดที่ไอ้มิวเอาแต่สะกิดให้หันไปมองหน้าประตูที่มีพี่มายกำลังเดินผ่านมา
ป๊าบ! “ไม่ต้องตีหน้าตายเลยเอาโทรศัพท์มานี่” แผ่นหลังถึงกับสั่นสะท้านเมื่อโดนฝ่ามือของส้มโอฟาดใส่ มันยังไม่พอใจถึงได้ค้นตัวล้วงเอาโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงของผมไปยืนจิ้มยกใหญ่ ไม่นานนักริมฝีปากมันก็เบ้ออกพร้อมกับยัดโทรศัพท์ใส่มือผมแล้วเดินไปกระซิบกระซาบอะไรสักอย่างกับไอ้ขุนไอ้มิวแทน คนทั้งสามเอาแต่หันมามองผมด้วยสายตาคล้ายว่ารู้อะไรบางอย่างแต่ก็ช่างหัวเพื่อนผมเถอะพวกมันแสนรู้อย่างนี้มานานแล้วล่ะ
“กูว่าน่าจะลงท้องไปนานแล้วมั้ง”
ขวับ! “ไอ้ขุนพูดจริงใช่ไหมบอกกูมาเดี๋ยวนี้นะแอบไปกินมาเมื่อไหร่ หา!”
ถึงจะรู้ว่าสิ่งที่ไอ้ขุนพูดลอย ๆ คือเรื่องไหนแต่ผมก็ยังทำเป็นไม่ใส่ใจในดวงตาเบิกโพลงของส้มโอที่หันมาตั้งท่าจะเค้นเอาความจริงจากผมให้ได้ส้มโอนี่นับวันจะเหมือนลุงโยป้ายิ้มกับน้องหลงเข้าไปทุกทีแล้วนะ
“งั้นเอาตังค์มาให้กูเลยมึงทั้งคู่นั่นแหละ”
“เกี่ยวอะไรกันถ้าไอ้ติณฑ์สวาปามตั้งแต่ก่อนพนันก็คือยกเลิกเว้ย” ไอ้มิวเอ๋ยไอ้มิวเอาสมองส่วนไหนไปคิดว่าจะได้เงินของส้มโอวะต่อให้มึงยืนแบมือทวงทั้งวันมันก็ไม่ให้มึงหรอกเพื่อน
“เอ่อ ขอโทษครับ สุขสันต์วันเกิดครับพี่ติณฑ์”
“ขอบใจครับ” แต่เราสี่คนก็ต้องหันไปตามเสียงใสของผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่งที่เดินถือโหลขนมคุกกี้เข้ามาในห้องเรียนเสียก่อนถ้าจำไม่ผิดน้องน่าจะเป็นเด็กม.4ล่ะมั้ง
แต่ที่ทำให้ผมยิ้มรับเป็นเพราะเด็กคนนี้มีรูปร่างท่าทางคล้ายน้องชายคนเล็กของผมชะมัด ความเอ็นดูถึงก่อเกิดขึ้นมาพร้อมกับมือขวาเอื้อมไปลูบหัวน้องเบา ๆ ยิ่งน้องเอาแต่ก้มหน้างุด ๆ ก็ยิ่งเหมือนเล็กเลยว่ะ ยังไม่ทันได้ถามชื่อเลยน้องก็ก้มหน้างุด ๆ เดินออกจากห้องไปทำเอาผมหลุดขำทีเดียว
“ระวังความใจดีของมึงจะเป็นการให้ความหวังขึ้นมาล่ะ เพราะการให้ความหวังทั้งที่ไม่มีวันเป็นจริงมันคือการทำร้ายน้ำใจอย่างเลือดเย็นที่สุดแล้วล่ะ”
“หึหึ ถ้าการที่กูส่งยิ้มพูดคุยหรือรับของใครต่อใครเป็นการให้ความหวัง งั้นกูคงต้องไปเคลียร์กับลุงโยใหม่แล้วว่ะ” เป็นเพราะแม่มินมักย้ำกับพวกเราว่าอย่าทำร้ายน้ำใจใครเขาไอ้ขุนถึงออกปากท้วงผมเบา ๆ และไม่ใช่ว่าผมไม่ทำตามคำขอของแม่นะแต่ผมก็ไม่อยากทำร้ายใจใครด้วยการเฉยชาไปเรื่อยเหมือนกันลุงโยกับป้ายิ้มไม่ให้ทำอย่างนั้นนี่หว่า คิ้วขวาถึงเลิกใส่ไอ้ขุนทั้งที่สีหน้าผมยังเรียบเฉยด้วยเจตนาจะกวนประสาทมันงั้นเอง
ปึก! “ถ้ามึงหัดทำสีหน้าเฉยเมยอย่างนี้ใส่คนอื่นบ้าง นั่นถึงจะเรียกว่าเป็นการไม่ให้ความหวังคนอื่นนะเพื่อน”
“มึงต้องทำใจเรื่องที่กูเป็นคนหลายบุคลิกให้ได้นะขุน มึงก็เห็นพ่อแม่แต่ละคนที่อยู่รอบตัวกูนี่หว่า” ไอ้ขุนคงหมั่นไส้ผมจริงจังมันถึงได้ชกใส่แขนผมด้วยน้ำหนักมือแรงเหมือนกัน แต่ผมก็มีเหตุผลของตัวเองเช่นกันถึงได้อธิบายขยายความให้มันรู้ในเหตุผลนั้นเสียเลย
“เออ ๆ เห็นตั้งแต่เด็กแล้วก็ทำใจตั้งแต่เด็กแล้วไอ้สัส ดูสิขนาดส้มโอไม่ได้คลุกคลีกับเขาเท่ามึงแต่มันยังได้เชื้อน้ายิ้มมาเลย”
ขวับ! “มึงไม่ต้องมาลามปามกูนะขุนไม่งั้นเย็นนี้กูจะฟ้องป้ายิ้ม!” แค่ไอ้ขุนเผลอพาดพิงใส่ส้มโอที่ยังนั่งคุยกับไอ้มิวอย่างสนุกปาก มันก็โดนเพื่อนผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มของเราหันมาแว้ดใส่จนเพื่อนร่วมห้องหลายคนพากันมองเป็นแถวแล้วเนี่ยไอ้ส้มโอ!
ติ๊ง มายมิ้น : ได้ของขวัญวันเกิดเยอะอย่างนี้คงไม่อยากได้ของพี่แล้วมั้ง
ดีที่ว่าเสียงจากข้อความไลน์เรียกความสนใจเสียก่อน แต่ข้อความนั้นกลับไม่ได้แทรกซึมเข้าถึงใจเพราะในหัวเอาแต่คิดไปถึงเรื่องเย็นนี้เรื่องที่จะมีครอบครัวใหญ่ของผมมารวมตัวกันอีกครั้ง แค่คิดถึงทุกคนในครอบครัวความสุขก็ล้นเอ่อออกมาจนไม่อยากได้รับความสุขจากใครที่ไหนอีกแล้ว
